สุขภาพผิว

4 สาเหตุของเล็บเปราะและหัก •

เล็บมือประกอบด้วยชั้นของโปรตีนที่เรียกว่าเคราติน เซลล์เล็บใหม่เติบโตใต้หนังกำพร้า ทำให้เซลล์เก่าหนาขึ้นและแข็งตัว จากนั้นดันออกไปทางปลายนิ้ว น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนที่มีเล็บที่แข็งแรงและแข็งแรง เล็บมือที่อ่อนนุ่ม เปราะ และหักง่ายเป็นเรื่องปกติ

เล็บเปราะเป็นภาพสะท้อนของปัญหาต่างๆ ในร่างกายที่คุณอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน อะไรก็ตาม?

1. ขาดแร่ธาตุและวิตามิน

เล็บที่บางและอ่อนจนงอหรือหักมักเกี่ยวข้องกับสังกะสีและธาตุเหล็กในร่างกายในระดับต่ำ (โรคโลหิตจาง) แร่ธาตุทั้งสามนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงเพื่อขนส่งออกซิเจนจากปอดไปทั่วร่างกาย รวมถึงเมทริกซ์เล็บ หากไม่ได้รับแร่ธาตุที่เพียงพอ การเจริญเติบโตของเล็บที่แข็งแรงจะหยุดชะงัก

พื้นผิวโค้งของเล็บ (หลุมเล็บ) และปลายแตกง่าย มักพบในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน นอกจากนี้ การขาดวิตามินซี วิตามินบีรวม กรดโฟลิก และแคลเซียมเป็นสาเหตุทั่วไปของเล็บที่หมองคล้ำและแห้ง และแตกง่าย

2. โรคนิ้วหัวแม่เท้า

นอกจากนี้ การขาดออกซิเจนเข้าไปในเมทริกซ์ของเล็บ ยังสามารถทำให้เกิดคลับ (เล็บคลับ) ภาวะที่มีลักษณะพื้นผิวของเล็บนูนและโค้ง ปลายเล็บโค้งมนโดยไม่มีมุม การขาดระดับออกซิเจนในระยะยาว (ภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรัง) โดยเฉพาะบริเวณรอบนิ้วจะกระตุ้นให้สมองขยายหลอดเลือดในนิ้ว อาการนิ้วหัวแม่มือนี้เป็นอาการถาวรและบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของโรคหัวใจและปอดแต่กำเนิด

นอกจากความผิดปกติของหัวใจและปอดแล้ว โรคนี้ยังอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร (malabsorption, Crohn's disease, cirrhosis, hepatopulmonary syndrome เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคตับแข็ง) หรือ hyperthyroidism

3. ความเครียด

เล็บที่แข็งแรงโดยทั่วไปจะยาวประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อสัปดาห์ (เร็วกว่าเล็บเท้าสองเท่า) และใช้เวลาประมาณหกเดือนกว่าเล็บจะงอกเต็มที่จากโคนขึ้น ความเครียดที่รุนแรงสามารถเร่งการเจริญเติบโตของเล็บจนถึงจุดที่จะเอาชนะมันได้ นอกจากนี้ ความเครียดยังกระตุ้นให้จิตใต้สำนึกเกิดนิสัยในการเกา/ถูหรือกัดเล็บนิ้วเพื่อทำให้เบาะเล็บสึกกร่อน ผลที่ได้คือเล็บจะหยักและเปราะเมื่องอกใหม่

4. การติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

ความผิดปกติของเล็บเป็นหนึ่งในภาวะผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด และส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อรา เชื้อราจะทำลายพื้นผิวของเล็บโดยเฉพาะบนเล็บเท้าเนื่องจากความชื้นในถุงเท้าและรองเท้า ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียที่สำคัญ

หากคุณกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ของเล็บ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหรือสี คุณควรปรึกษาแพทย์ทันที แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและเปรียบเทียบกับสาเหตุที่เป็นไปได้หลายประการของภาวะสุขภาพต่างๆ